Skip to content

CRM Project

ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เกิด "การทำ crm โดยใช้ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญ" เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจตลอดการรับบริการของธุรกิจ สามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างทันถ่วงที และตอบเสนอความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง เพื่อทำให้เกิดการซื้อซ้ำในอนาคต

Business background

เป็นธุรกิจสถานบันกวดวิชาในรูปแบบการเรียนตัวต่อตัวกับคุณครู ที่เน้นการดูแลผู้เรียนแบบ Personalize ตามความต้องการของผู้เรียนเอง
ซึ่งสามารถเลือกปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนหรือสิ่งที่ต้องการเรียนได้ตามต้องการ
โดยธุรกิจจะขายเป็นคอร์สเป็นจำนวนชั่วโมงให้กับลูกค้า

Empathy Problem

CRM เป็นเรื่องสำคัญของการทำธุรกิจ เพราะค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่ น้้นย่อมสูงกว่าการรักษาฐานลูกค้าเก่า และยังเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืนกว่าสำหรับธุรกิจ
ที่ผ่านมามีแค่การติดตามลูกค้าเฉพาะตอนที่กำลังจะหมดคอร์สเท่านั้น โดยเป็นการแมมนวลจากทีม operation มาสู่ทีม sale อีกทีว่าลูกค้าคนไหนใกล้หมดคอร์สบ้างก็จะส่งรายชื่อให้ไปติดต่อ
แต่การที่เราเข้าหาลูกค้าแค่ตอนที่เขากำลังหมดคอร์สเท่านั้น ทำให้ลูกค้าที่มีปัญหากับการบริการและการสอนของเรา ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างทันถ่วงที หรือเราอาจจะไม่แม้แต่จะรู้ปัญหาของลูกค้าด้วยซ้ำ ถึงพึ่งรู้ก็สายเกินจะแก้ไขได้ทัน และไม่ตอบโจทย์กับวัตถุประสงค์ของธุรกิจที่ต้องการดูแลผู้เรียนแบบ Personalize
เราจึงได้คิดริเริ่มที่จะทำการ crm กับลูกค้า โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการสร้าง “ความพึงพอใจ” ให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าอยู่กับเรา ตั้งแต่ก่อนเรียนไปจนถึงเรียนจบ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและคอยรับรู้ปัญหาหรือความต้องการของลูกค้าและแก้ไขให้ได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้เกิดการต่อคอร์สในที่สุด
แต่การจะทำ crm ลูกค้าไม่ใช่เพียงแต่จะทำการโทรไปหาอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น จำเป็นที่จะต้องมีการเก็บข้อมูลตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าอยู่กับเรา โดยข้อมูลเหล่านี้ที่บันทึกสามารถนำมาใช้เพื่อให้รู้ถึงปัญหาหรือความต้องการของลูกค้า และสามารถคาดกาณ์หรือหาแนวทางเพื่อตอบสนอตามสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้อย่างถูกต้อง
ไม่เพียงแต่การเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์หรือคาดการณ์สิ่งที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น เรายังสามารถใช้ข้อมูลในการนำมาบริหารจัดการกระบวนการทำงานของธุรกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ เช่น ควรวางแผนการทำงานอย่างไร ต้องโทรหาลูกค้าคนไหนตอนไหน ทีมต่างๆที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าได้อย่างไร ในการโทรเสร็จแต่ละครั้งจะต้องเกิดแอคชั้นอะไรต่อเพื่อแก้ไขสิ่งปัญหาของลูกค้า เราควรนำเสนอสินค้าอะไรให้ตรงกับความต้องการลูกค้ามากที่สุด

5 why analysis

ทีผ่านมาเราเน้นในการทุ่มงบการตลาด เพื่อหาลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างเดียว เมื่อเราใช้งบจนถึงจุดหนึ่ง กำไรต่อหน่วยการลงทุนจะลดลงเรื่อยๆ
ทำให้เราต้องมองหาวิธีใหม่ในการเพิ่มรายได้ของเรา จึงได้เล็งเห็นว่าเราไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเก่าเท่าไร
จากการที่ไม่ได้มีการทำ crm อย่างจริงจัง เราอาศัยแค่โทรหาลูกค้าครั้งเดียวตอนใกล้จะหมดคอร์สอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งมันสายเกินไปที่จะเข้าหาลูกค้าเฉพาะตอนใกล้หมดคอร์ส
แล้วทำไมเราถึงเข้าหาลูกค้าแค่ตอนที่ใกล้จะหมดคอร์สเท่านั้น มาจากที่ก่อนหน้าไม่ได้มีการนำข้อมูลของลูกค้ามาใช้เพื่อสร้างกระบวนการทำ crm อย่างสม่ำเสมอ
ไม่ได้นำมาใช้ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะสามารถนำข้อมูลของลูกค้ามาใช้อย่างไรให้เกิด value กับ business ได้บ้าง
ทีมดาต้าจึงได้เข้ามาช่วยในการที่จะนำข้อมูลมาใช้เป็นปัจจัยหลักในการทำ crm ครั้งนี้

objective

เกิดการทำ crm โดยใช้ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะทั้งกำหนดแผนการทำงานให้กับทีมหน้างานที่เกี่ยวข้อง ว่าต้อง action อะไรตอนไหนบ้าง หรือเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าและตอบเสนอความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
ทุกทีมที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกิดจากการทำ crm เพื่อทุกทีมรู้ข้อมูลเทียบเท่ากันในการทำงาน

key result

แผนการทำงานด้าน crm ให้ทีมต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
ทีมหน้าบ้าน: ต้องโทรหาใครบ้าง วัตถุประสงค์อะไร ลำดับการโทร
ทีมหลังบ้าน: แต่ละทีมต้องแก้ปัญหาไหนก่อน (Academic, Operation, Teacher)
แหล่งรวมข้อมูลที่ทุกทีมที่เกี่ยข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลในการทำ crm ลูกค้า (Dashboard: Student Profile)
ทั้งกับทีม crm ที่มีการโทรหลายครั้ง แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าแต่ละครั้งโทรไปได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง มีการ note เพิ่มเติมอะไรไว้มั้ย
หรือทีมเซลล์ที่ต้องมาโทรต่อเพื่อปิดการขาย จะรู้ feedback ที่เคยโทรมาก่อนหน้านี้ได้ยังไง
ปัญหาที่ส่งต่อให้ทีมต่างๆแก้ไข ถูกแก้ไขไปแล้วหรือยัง
ฉะนั้นจะต้องมีการทำแหล่งรวมข้อมูลให้ทีมต่างๆที่เกี่ยข้องเข้ามาดูได้ โดยหลักๆจะเป็นหน้าที่ให้คนที่โทรเข้ามาดูเพื่อเตรียมความพร้อมกับการโทรในครั้งถัดไป และรู้ว่าต้อง action กับลูกค้าคนนี้อย่างไร
และนอกจากสร้างความประทับใจลูกค้าตลอดการเรียนแล้ว ยังต้องตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ เช่น สินค้าที่ควรนำเสนอ หรือโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการลูกค้า โดยนำข้อมูลที่ได้จากการโทรมาคาดกาณ์
สรุปคือเป็นการรวมเข้ากับข้อมูลการโทร การแก้ไขปัญหา สินค้าแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ สร้างเป็นหน้า Student Profile ขึ้นมา

Ideate and planing

มีการดูแลลูกค้าตลอดตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนจนถึงเรียนจบ => ควรมีการโทรหาลูกค้าอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
ควรมีการโทรหาลูกค้าทุกเดือน โดยในการโทรแต่ละครั้งควรจะมี objective ในตัวมันเอง
เริ่มตั้งแต่ก่อนเริ่มเรียน เพื่อสร้างความประทับใจแรกว่าเราใส่ใจและดูแลลูกค้าตั้งแต่หลังซื้อมาและยังไม่ได้เริ่มเรียนเลย
ถัดไปจะเป็นหลังจากที่เรียนครั้งแรกไปแล้ว เพื่อสอบถาม feedback เกี่ยวกับการรับบริการจากเราครั้งแรกว่าเป็นอย่างไร
หลังจากนั้นจะเป็น default ในการโทรไปทุกเดือน เพื่อรับ feedback จากการเรียนเพื่อนำส่งไปให้ทีมต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ทำการแก้ไข เพื่อสร้างความประทับใจกับลูกค้า
และมีการสอบถามเกี่ยวกับอาชีพและแนวทางในการเรียนต่อของนักเรียนด้วย เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ต่อใน unit ที่เป็นค่ายแนะแนวอาชีพของเราต่อ
จะเริ่มทำการเสนอคอร์สต่อเมื่อ เหลือชั่วโมงน้อยกว่า 16 ชั่วโมง (จากค่าเฉลี่ยแล้วเรียนเดือนละ 8 ชั่วโมง แสดงว่า 16 ชั่วโมงคือ 2 เดือนสุดท้ายก่อนน้องหมดคอร์ส)
ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่ 2 เดือนสุดท้าย เพราะ ค่าเฉลี่ยในการตัดสินใจของลูกค้าคือ 14-20 วัน แต่เราจะทำการเผื่อเวลาเพื่อรับฟังปัญหา ความต้องการ หรือpainpointที่จะทำให้ลูกค้าต่อคอร์ส
ในการเสนอคอร์สจะเป็นการเน้นแก้ปัญหาที่เป็น need ที่สุดที่ลูกค้าต้องการ และจะมีการโทรเสนอเป็นขั้นบรรได คือ เริ่มตั้งแต่น้อยกว่า 16 ชั่วโมง, น้อยกว่า 8 ชั่วโมง, น้อยกว่า 4 ชั่วโมง
เพิ่มน้อยกว่า 4 ชั่วโมงเข้ามา ทำให้ในเดือนสุดท้ายจะทำการโทรหาน้อง 2 ครั้ง โดยการโทรในครั้งนี้จะเริ่มเสนอโปรโมชั่นที่ตรงกับ painpoint ของลูกค้าเพื่อทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าต่อคอร์ส
ถ้าทำการโทรตาขั้นตอนหมดแล้วลูกค้าก็ยังไม่ต่อคอร์สหลังจากหมดไปแล้ว ก็จะมีการโทรครั้งสุดท้ายหลังจากลูกค้าหมดคอร์สอีก เพื่อเป็นการเสนอโปรโมชั่นครั้งสุดท้ายให้กับลูกค้า
สรุปการโทรจะแบ่งเป็น 8 objective
Before class : ก่อนเรียน
Afterfirst class : หลังเรียนครั้งแรก
Consult call : default call
Consult call + Careerguide : default call ที่จะมีการเพิ่มการสอบถามเกี่ยวกับอาชีพและแนวทางในการเรียนต่อ
Startsell call : เสนอขายคอร์สครั้งแรก (ชั่วโมงเหลือน้อยกว่า 16 ชั่วโมง)
Hardsell call : เสนอขายคอร์สครั้งที่สอง (ชั่วโมงเหลือน้อยกว่า 8 ชั่วโมง)
Hardsell call + Promotion : เสนอขายคอร์สคัร้งที่สามพร้อมโปรโมชั่น (ชั่วโมงเหลือน้อยกว่า 4 ชั่วโมง)
After Overcourse : เสนอขายอคอร์สครั้งสุดท้าย สำหรับลูกค้าหมดคอร์สไปแล้วแต่ยังไม่สนใจต่อคอร์ส

ควรมีการจัดลำดับการโทร ให้ทีม crm รู้ว่าต้องโทรหาใครบ้าง ในตอนไหน
มีการเรียงลำดับโทรจาก objective call
เริ่มจากโทรก่อนเริ่มเรียน และหลังเรียนครั้งแรกก่อนเพื่อเป็นการสร้าง first impresssion กันลูกค้าก่อน (Before class และ Afterfirst class ก่อน)
จากนั้นค่อยโทรเสนอขายต่อ เพราะ มี impact กับการที่เราจะได้ยอดขายจากลูกค้ามากที่สุด (ตามด้วย Hardsell call + Promotion, Hardsell call, Startsell call ตามลำดับ)
สุดท้ายจะเป็น default โทรในทุกเดือน (Consult call, Consult call + Careerguide)
และจำเป็นที่จะต้องนำ customer tier เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จากการที่ควรดูแลลูกค้าที่มี tier สูงก่อน เพราะ เป็นสัดส่วนยอดขายที่มากที่สุดของลูกค้าของเรา และมีโอกาสการปิดการขายที่มีมูลค่ามากกว่า (ฺbasket size per order สูงกว่า)
ซึ่งในแต่ละ objective call อาจจะมีเงื่อนไขในการโทรที่แตกต่างกันไป เช่น สายที่เป็นการเสนอขายครั้งท้ายๆ Hardsell call และ Hardsell call + Promotion ควรโทรจากคนที่มีคะแนนความพึงพอใจหรือความอยากต่อคอร์สมากก่อน เพราะ จะทำให้เราได้ยอดขายเร็วที่สุด
ในแต่สาย Startsell call ควรจะโทรหาลูกค้าที่มีคะแนนความพึงพอใจน้อยก่อน เพื่อรับปัญหามาแก้ไขได้เร็วที่สุด
สรุปลำดับในการโทรหาลูกค้าก่อนหมดคอร์ส
Beforeclass, Afterfirstclass ก่อนเสมอ
เรียงจาก rank_odjective_call ก่อน => โทรเพื่อขายต่อคอร์สเอายอดก่อนconsult
เรียงตาม customer_tier => tierสูงกว่าโทรก่อน
tier เท่ากัน: hardsell+promotion โทรเรียงจากคนที่มีคะแนนความอยากต่อคอร์สจาก hardsell มากสุด เพราะ ใกล้ปิดได้แล้ว
tier เท่ากัน: hardsell โทรเรียงจากคนที่มีคะแนนความอยากต่อคอร์สจาก startsell มากสุด เพราะ ใกล้ปิดได้แล้ว
tier เท่ากัน: stastsell โทรเรียงจากคนที่มีคะแนนเฉลี่ยตอน consult น้อยสุด เพราะ จะได้นำปัญหาไปแก้ได้ไวที่สุด
หลังจากนั้นค่อนเรียงจาก Basket Size เพื่อดูว่าใครมีโอกาสจะซื้อสินค้าในราคาที่สูงกว่า
สรุปลำดับในการโทรหาลูกค้าหมดคอร์ส (แยกออกมา เพราะ จะต้องมีข้อมูลจากการโทรปกติทั้งหมดก่อนถึงกำหนดลำดับได้)
เฉพาะคนที่โทรหมดคอร์สแล้ว และโทร hardsell+promotion แล้วยังพิจารณาต่อหรือไม่สนใจแล้ว
โทรคนที่ลงนัดไว้แล้วว่าจะโทรวันไหนก่อน (แสดงชื่อไว้บนสุด เพื่อให้รู้เมื่อถึงเวลาต้องโทร)
นอกนั้นโทรหลังจากหมดคอร์สตั้งแต่ 15 วันขึ้นไป (ยกเว้นคนที่มีนัดติดต่อแล้ว)
เรียงจาก พิจารณา ก่อน ไม่สนใจ, customer tier, จำนวนวันหลังจากโทรครั้งสุดท้าย (โทรคนหมดนานแล้วก่อน)

นำปัญหาที่ได้จากลูกค้ามาแก้ไข โดยต้องทำให้ทีมที่เกี่ยวข้องรับรู้ว่าต้องแก้ปัญหาอะไรบ้าง แก้อะไรก่อน
ในการโทรแต่ละครั้งจะต้องมีการเก็บข้อมูล feedback ที่ลูกค้ามีต่อทีมต่างๆ และสามารถส่งปัญหาต่างๆนี้ไปยังทีมที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้ ได้แก่ Academic, Operation, Teacher
แต่เราส่งไป แล้วทีมต้นทางจะเริ่มแก้ไขจากปัญหาไหนก่อน เราจำเป็นที่จะต้องมีการ order ปัญหาที่ควรจะแก้ตาม impact ซึ่งก็คือ แก้เพื่อให้ได้ความพึงพอใจหรือความอยากต่อคอร์สมากที่สุด
ต้องแก้ปัญหาจากสายเสนอขายก่อน เพราะ เป็นปัญหาที่ impact ต่อการต่อคอร์สมากที่สุด
และจำเป็นที่จะต้องนำ customer tier เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ควรแก้จากลูกค้าที่เป็น tier สูงก่อน เพราะ มีโอกาสการปิดการขายที่มีมูลค่ามากกว่า
ปัญหาที่เป็น impact อาจจะวัดได้จากปํญหาที่ลูกค้าให้คะแนนความพึงพอใจมาน้อยสุดก่อน
สรุปลำดับในการแก้ไขปัญหาจากลูกค้า
แก้ไขปัญหาของลูกค้าที่มาจากการโทร Sellcall ก่อน เพราะ เป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าใกล้จะหมดคอร์สแล้ว (เป็นปัญหาใญ่ที่ทำให้ลูกค้ายังไม่ต่อคอร์ส)
แก้ปัญหาจากลูกค้าที่มี Customer Tier สูงก่อน
แก้ปัญหาจากปัญหาที่มีคะแนนน้อยที่สุดก่อน (ปัญหาที่ impact กับลูกค้าก่อน)
แก้ปัญหากับคนที่เป็นการโทรครั้งแรกก่อน เพื่อสร้าง first impression ในการดูแลของเรา

ทำอย่างไรให้ลูกค้าต่อคอร์สกับเรา => นอกจากสร้างความประทับใจลูกค้าตลอดการเรียนแล้ว ยังต้องตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ เช่น สินค้าที่ควรนำเสนอ หรือโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการลูกค้า
ควรมีการนำข้อมูลของลูกค้ามาใช้ในการคาดการณ์สินค้าและโปรโมชั่นที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้เซลล์สามารถเสนอขายคอร์สที่ตรงกับความต้องการลูกค้ามากที่สุด ไม่ได้ใช้วิจารณ์ญาณของเซลล์เป็นหลัก แต่เกิดจากการใช้ข้อมูลเป็นส่วนสำคัญ
การเสนอสินค้า
อย่างน้อยเราควรจะเสนอขายสินค้าที่ตรงกับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า เช่น เสนอขายคอร์สที่ใกล้เคียงกันกับที่ลูกค้าเคยซื้อมา ถ้าจะอัพsaleควรมีขั้นต่ำในการอัพที่ตรงไหน ไม่ใช่จะขายคอร์สสูงกับลูกค้าทุกคนได้
จะมีลูกค้าที่มีเงื่อนไขพิเศษ เป็นการสอบเข้าโรงเรียนชื่อดัง หรือมหาลัยอยู่ในช่วงระดับชั้น ป.6 ม.3 ม.6 ซึ่งใน 3 ช่วงนี้เราก็จะมีข้อจำกัดในการเสนอขายปริมาณคอร์สที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ทันกับการสอบในแต่ละรอบ
การเสนอโปรโมชั่น
เราจะเริ่มเสนอโปรเมื่อเป็นการโทรหาน้องที่เหลือชั่วโมงน้อยกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว ฉะนั้นเราจะมีข้อมูลความต้องการหรือ painpoint ที่ได้จากการโทรครั้งก่อน เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอโปรโมชั่นให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้
และให้สอดคล้องกับโปรโมชั่นที่ทางทีมการตลาดทำออกมา

ข้อมูลที่มี
File Name
Description
File
All order table
ข้อมูล order สินค้าทั้งหมด
all_order_table.csv
Con order table
ข้อมูล order สินค้าเฉพาะลูกค้าที่ต่อคอร์ส
con_order_table.csv
Product list
ข้อมูลรายการสินค้าทั้งหมด
product.csv
Discount list
ข้อมูลรายการโปรโมชั่นจากทีมการตลาด
discount.csv
Customer Data
ข้อมูลลูกค้าทั้งหมด (ลูกค้าของเราคือผู้ปกครอง)(100% ที่ผู้ปกครองเป็นคนซื้อสินค้า)
customer.csv
Student Date
ข้อมูลนักเรียนทั้งหมด
student.csv
Teacher Data
ข้อมูลคุณครูทั้งหมด
teacher.csv
Class Schedule
ข้อมูลตารางเรียน
class_schedule.csv
Student Progress
ข้อมูลพัฒนาการเรียนของนักเรียน (ครูจดส่งให้ผู้ปกครองทุกครั้งหลังเรียน)
student_progress.csv
crm form
ข้อมูลจากการโทรหานักเรียนในแต่ละครั้ง
crm_form.csv
There are no rows in this table

KEY RESULT1 : แผนการทำงาน crm ให้ทีมต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ได้แก่ ทีมหน้าบ้าน และ ทีมหลังบ้าน

การเตรียมข้อมูล (QUERY DATA)

1. อันดับแรกเราจำเป็นที่จะต้องสร้าง customer tier ก่อน เพราะ จะมีผลในการนำไปเรียงลำดับการโทรและการดูแล

image.png

2. สร้างตาราง Student with Remaining hours

เริ่มจากนำข้อมูล product มารวมกับข้อมูลนักเรียนก่อน เพื่อให้รู้ว่านักเรียนแต่ละคนซื้อคอร์สจำนวนชั่วโมงเท่าไรมา (หา total_hours)
จากกนั้นนำข้อมูลตารางเรียนมารวมกับข้อมูลนักเรียน เพื่อให้รู้ว่านักเรียนแต่ละคนเรียนไปแล้วกี่ครั้ง กี่ชั่วโมง และยังเหลืออีกกี่ชั่วโมง เพื่อไปทำเงื่อนไขในการโทรต่างๆ (count_learned, remaining_hours)
FYI: มีการรวมกับข้อมูลการต่อคอร์สมาด้วย คือจะมีการเติมชั่วโมงเพิ่มเมื่อน้องต่อคอร์ส

3. สร้าง List to call and order สำหรับนักเรียนที่ยังไม่เริ่มเรียน-เรียนอยู่


4. สร้าง List to call and order สำหรับนักเรียนที่หมดคอร์สไปแล้ว


5. นำปัญหาที่ได้จากลูกค้าส่งต่อไปให้ทีมต่างๆที่เกี่ยวข้องแก้ไข

จาก crm_form จะมีการเก็บข้อมูล feedback และปัญหาต่างๆที่ลูกค้าเจอและทางทีม crm เล็งเห็นว่าต้องแก้ไขและทำการติ้กว่าต้องถูกส่งไปให้ทีไหนแก้ไข
โดยที่ปัญหาที่ส่งไปจำเป็นที่จะต้องมีการเรียงลำดับ priority ในการแก้ไขก่อน เพื่อให้เกิด key result ของเราคือการต่อคอร์ส
ส่งให้กับทีม backoffice 3 ทีม คือ Academic, Operation, Teacher


OUTCOME

แผนการทำงานหน้าบ้าน: ต้องโทรหาใครบ้าง วัตถุประสงค์อะไร ลำดับการโทร
ส่งข้อมูล List to call and order ทั้ง 2 แบบไปหน้า front end ให้ทีมที่ต้องโทรเข้ามาดูได้ว่าต้องโทรหาใครบ้างอันดับเท่าไร เมื่อโทรแล้วสามารถบันทึกข้อมูลการโทรต่อได้เลย
image.png
image.png

แผนการทำงานหลังบ้าน: ทีมหลังบ้านแต่ละทีมต้องแก้ปัญหาไหนก่อน
ส่งข้อมูลปัญหาและความต้องการของลูกค้าที่ทีมโทรได้รับมา ส่งต่อให้ทีมหลังบ้าน ได้แก่ Academic, Operation, Teacher เข้ามาดูว่าต้องแก้ปัญหาไหนก่อน เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วสามารถบึนทึกข้อมูลการแก้ไขต่อได้เลย
image.png


KEY RESULT2 : แหล่งรวมข้อมูลที่ทุกทีมที่เกี่ยข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลในการทำ crm ลูกค้า (Dashboard: Student Profile)

การเตรียมข้อมูล (QUERY DATA)

1. รวมข้อมูลจาก crm form ที่ทีมหน้าบ้านบันทึกข้อมูลการโทร และ team solved form ที่ทีมหลังบ้านบันทึกข้อมูลการแก้ไขปัญหาของลูกค้า


2. นำข้อมูลที่ได้จากการโทรมาคาดการ์สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากที่สุด (Product Recommend)


3. นำข้อมูลที่ได้จากการโทรมาคาดการ์โปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากที่สุด (Discount Recommend)


4. รวมข้อมูลการโทร การแก้ไขปัญหา สินค้าแนะนำและโปรโมชั่นแนะนำเข้าด้วยกัน


OUTCOME

การสร้างหน้า Dashboard: Student Proflie

นำข้อมูลที่ทำการ query มาใช้ในการสร้าง Student Profile ผ่านทาง Power BI
ใช้เพื่อให้ทีมต่างๆที่ต้องโทรหานักเรียนเข้ามาดูข้อมูลที่เคยคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นทีม crm ที่ต้องโทรหาทุกเดือน ทีมเซลล์ที่ต้องเข้ามาโทรเพื่อปิดการขาย หรือทั้งคู่ที่ต้องดูว่าปัญหาของน้องที่รายงานไปได้รับการแก้ไขรึยัง
ฉะนั้นเมื่อเข้ามา สิ่งแรกที่จะต้องทำคือการ search หานักเรียนที่ต้องการ (จาก list to call จะบอก student_id ที่ต้องโทรหา เอา id นี้มาค้นหาได้เลย)
จาdนั้นจะแสดงข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนคนนี้ ชื่ออะไร ผู้ปกครองที่ต้องโทรหาคือใคร เบอร์อะไร เรียนกับครูอะไร มีพัฒนาการยังไง เคยโทรคุยอะไรกันบ้าง มีปัญหาอะไรบ้าง ได้รับการแก้ไขรึยัง สินค้าและโปรโมชั่นที่ควรนำเสนอ
image.png
image.png


Want to print your doc?
This is not the way.
Try clicking the ··· in the right corner or using a keyboard shortcut (
CtrlP
) instead.